หากพูดถึงเมืองที่เคยมีมลพิษทางอากาศที่แย่ที่สุด บางทีคุณอาจจะนึกถึงกรุงปักกิ่งหรือเมืองชีอานในประเทศจีน แต่เชื่อหรือไม่ว่าเมืองศิวิไลซ์อย่างกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เคยเกิดเหตุการณ์หมอกพิษปกคลุมทั่วเมืองจนมีคนตายมากมายเลยทีเดียว

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคม ปี ค.ศ.1952 กรุงลอนดอนมีหมอกปกคลุมทั่วเมือง บดบังทัศนวิสัยในการสัญจรไปมา ในตอนมันอาจจะดูคล้ายหมอกจากการระเหยของไอน้ำซึ่งพบบ่อยบนเกาะอังกฤษ แต่แล้วเมื่อประชาชนได้สัมผัสและสูดดมหมอกเหล่านี้เข้าไป จะรู้สึกได้ถึงอาการระคายเคืองทั้งผิวหนัง, เยื่อบุตา และโพรงจมูก ทำให้มันกลายเป็นหมอกพิษที่คนทั่วเมืองต่างหวาดกลัวไปตาม ๆ กัน

จากบันทึกในอดีตพบว่า มีผู้ได้รับผลกระทบจากหมอกพิษเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้ป่วยถึงกับต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลถึง 150,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตตามบันทึกอยู่ราว 4,000 ราย (ซึ่งในภายหลังมีรายงานว่าน่าจะมีผู้เสียชีวิตจริง ๆ กว่า 12,000 ราย) รวมถึงสัตว์ป่าในพื้นที่ใกล้เคียงก็ล้มตายอีกนับพัน ทว่าในเวลานั้นไม่มีใครทราบที่มาของหมอกมรณะว่าพวกมันโผล่มาจากไหน และเหตุใดจึงมีพิษร้ายแรงเช่นนี้

เพื่อหาคำตอบที่มาของหมอกพิษแห่งกรุงลอนดอน ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติจากจีน, สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักรจึงจำลองสภาวะหมอกพิษนี้ขึ้นมาอีกครั้งในห้องทดลอง โดยใช้หลักการสร้างหมอกพิษจากอุตสาหกรรม พร้อมเปรียบเทียบสภาพอากาศกับกรุงปักกิ่งและเมืองชีอาน สองเมืองใหญ่ที่เคยมีมลพิษทางอากาศย่ำแย่ที่สุดในประเทศจีน

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า สิ่งที่ทำให้หมอกในกรุงลอนดอนมีความเป็นพิษ คือแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์จากอุตสาหกรรม ที่มักใช้เชื้อเพลิงถ่านหินในการขับเคลื่อนเครื่องจักรต่าง ๆ (อุตสาหกรรมในยุคก่อน ๆ นิยมใช้ถ่านหินเป็นแหล่งพลังงานเชื้อเพลิงหลักแทนน้ำมัน) ซึ่งแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์เหล่านี้ถูกเปลี่ยนให้เป็นกรดซัลฟิวริก ที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูงจนทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่าง ๆ นั่นเอง

ว่าแต่ แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์เปลี่ยนเป็นกรดซัลฟิวริกได้อย่างไร ? นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าแก๊สไนโตรเจนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นแก๊สอีกชนิดที่ได้จากการเผาถ่านหิน แก๊สชนิดนี้จะเป็นตัวเร่งให้แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์เปลี่ยนเป็นกรดซัลฟิวริกในบรรยากาศ ที่น่าตกใจคือในตอนแรกหมอกที่มีไอน้ำเป็นส่วนประกอบจะยังโอบล้อมโมเลกุลของกรดซัลฟิวริกไว้ (นึกถึงลูกโป่งใส่น้ำ) แต่เมื่อเจอแสงแดดหรือความร้อนจากท้องถนนทำให้ไอน้ำระเหยปลอดปล่อยกรดซัลฟิวริกที่ซ่อนอยู่ภายใน (ลูกโป่งถูกเจาะ !!) กรดพิษเหล่านี้ก็จะฟุ้งกระจายในอากาศกระทบต่อผู้คนได้ทั่วทั้งเมือง

เหตุการณ์ในปี 1952 ส่งผลกระทบต่อผู้คนเป็นจำนวนมาก เป็นเหตุให้รัฐบาลต้องออกพระราชบัญญัติอากาศสะอาด (Clean Air Act) ในปี 1956 เพื่อกำหนดมาตรฐานในการปล่อยสารพิษของโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ และนำไปสู่การคิดค้นนวัตกรรมด้านพลังงานที่ช่วยลดการใช้ถ่ายหินทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือนในสหราชอาณาจักรด้วย

ความแตกต่างระหว่างหมอกพิษในกรุงลอนดอนและในประเทศจีน คือความเป็นกรด-ด่างของแก๊สพิษในหมอก ในขณะที่อนุภาคของหมอกในกรุงลอนดอนเป็นกรด (ซัลฟิวริก) แต่หมอกในประเทศจีนจะเป็นกรดซัลฟิวริกที่รวมเข้ากับแอมโมเนีย ทำให้อนุภาคมีความเป็นกลาง ทว่าขนาดอนุภาคเล็กกว่า (ซึ่งหลายคนน่าจะรู้จักกันในฐานะ PM 2.5) จึงไม่สร้างผลกระทบต่อร่างกายในทันที แต่จะเริ่มมีความผิดปกติหลังจากได้รับพิษสะสมเป็นเวลานานนั่นเอง

จำนวนทั้งหมด 2384 รายการ
1
2
3
4
5
...
199