เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดี “นายิบ บูเคเล” (Nayib Bukele) ของเอลซัลวาดอร์ ได้โพสต์คลิปความยาว 25 วินาที เกี่ยวกับการติดตั้งแท่นขุดบิตคอยน์ (Bitcoin) โดยใช้พลังงานความร้อนใต้พิภพ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าของการขุดในรูปแบบเดิมที่มักถูกโจมตีว่าเป็นตัวการของการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่ง ณ ตอนนี้ แท่นขุดดังกล่าวได้ทำการขุดไปแล้ว 0.00599179 BTC หรือประมาณ 8,800 บาท

โรงไฟฟ้าพลังงานใต้พิภพ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเหมืองขุดบิตคอยน์แห่งใหม่ในเอลซัลวาดอร์

ตามการรายงานของการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯ (ITA) ระบุว่า ปัจจุบัน “ดินแดนแห่งภูเขาไฟ” (ฉายาของเอลซัลวาดอร์) มีภูเขาไฟที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ 20 แห่ง ซึ่งทอดเป็นแนวยาวตามภูมิประเทศ ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อนได้ 21.17 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ด้วยเหตุนี้ บูเคเลจึงได้สั่งการให้บริษัท LaGeo ซึ่งเป็นบริษัทไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพที่รัฐเป็นเจ้าของ กำหนดแผนการสร้างเหมืองขุดบิตคอยน์ที่มีต้นทุนต่ำ – เป็นพลังงานสะอาด 100% – เป็นพลังงานหมุนเวียนได้ 100% – และปล่อยมลพิษเท่ากับ 0

โดยโครงการที่ว่านี้ เป็นผลพวงจากการที่เอลซัลวาดอร์เป็นประเทศแรกในโลกที่รับรองให้บิตคอยน์ถูกกฎหมาย และกำหนดให้ธุรกิจต่าง ๆ ต้องยอมรับสกุลเงินดิจิทัลนี้ควบคู่กันกับสกุลเงินหลักของประเทศอย่างดอลลาร์สหรัฐฯ โดยจุดเริ่มต้นของกฎหมายดังกล่าว มาจากการที่ประชากรกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ในประเทศไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินที่มีอยู่ ซึ่งรัฐบาลหวังว่า กฎหมายนี้จะช่วยขับเคลื่อนการลงทุนในประเทศและช่วยเพิ่มความมั่งคั่งให้ประชาชนได้

ประธานาธิบดีนายิบ บูเคเล

นอกจากโครงการดังกล่าวจะถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ในอีกด้านหนึ่งมันคือจุดเปลี่ยนสำคัญต่อการขุดบิตคอยน์ที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากปัจจุบันเหมืองขุดบิตคอยน์ทั่วโลกกำลังปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์รวมกันกว่า 60 ล้านตันต่อปี หรือเทียบเท่ากับไอเสียจากรถยนต์ 9 ล้านคันนั่นเอง

ซึ่งล่าสุด ภายหลังจากการประกาศซื้อบิตคอยน์เป็นจำนวน 700 BTC นั่นทำให้รัฐบาลเอลซัลวาดอร์ได้กำไรไปแล้วประมาณ 135 ล้านบาท จากการพุ่งขึ้นของบิตคอยน์ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งประธานาธิบดีบูเคเลได้ออกมาทวิตว่าจะนำกำไรที่ได้จากการลงทุนไปสร้างโรงพยาบาลสัตว์แห่งใหม่ที่ประกอบไปด้วย ห้องผ่าตัด 4 ห้อง – คลินิกฉุกเฉิน 4 แห่ง – สนง.ทั่วไป 12 แห่ง เพื่อรองรับเคสทั่วไปและเคสฉุกเฉินที่มีมากกว่า 500 เคสต่อวัน

โมเดลโรงพยาบาลสัตว์แห่งใหม่ในเอลซัลวาดอร์ ที่จะทำการสร้างโดยใช้กำไรจากการลงทุนในบิตคอยน์

ปัจจุบัน รัฐบาลของเอลซัลวาดอร์ได้ออกมาประกาศว่า ประชาชนของพวกเขาราว 35 เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมด 2.3 ล้านคน กำลังใช้บิตคอยน์ผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ชื่อว่า “Chivo” ซึ่งจะสามารถทำธุรกรรมได้แบบไม่มีค่าธรรมเนียม แถมยังรวดเร็วยิ่งขึ้นแม้จะเป็นธุรกรรมที่ข้ามพรมแดนก็ตาม และนั่นเท่ากับว่า ณ ตอนนี้ มีชาวเอลซัลวาดอร์ประมาณ 600,000 คน เลือกใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลแทนการใช้บัญชีธนาคารแบบเดิมแล้ว

อย่างไรก็ตาม โฆษกของ IMF ก็ได้ออกมาเตือนเช่นกันว่า สกุลเงินดิจิทัลนั้นมีความผันผวนสูง เพราะฉะนั้นการกำหนดให้บิตคอยน์ถูกกฎหมายจำเป็นต้องศึกษาผลกระทบและวิเคราะห์อย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเงิน และกฎหมายตามมา โดย ณ ตอนนี้รัฐบาลเอลซัลวาดอร์ลงทุนกับบิตคอยน์ไปแล้วกว่า 5 พันล้านบาท และมีแนวโน้มจะเพิ่มงบลงทุนขึ้นอีกในอนาคต

จำนวนทั้งหมด 2384 รายการ
1
2
3
4
5
...
199