งานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Science เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้เผยข้อมูลอันน่าตกใจว่า ช้างแอฟริกันในโมซัมบิก เริ่มวิวัฒนาการตัวเองให้เกิดมาโดย “ไม่มีงา” ได้ ซึ่งนี่ถือเป็นวิธีการเอาตัวรอดจากมนุษย์ที่ชอบล่าและตัดงาไปขาย แต่ทว่าในอีกด้านหนึ่ง การวิวัฒนาการในลักษณะนี้ก็ส่งผลเสียอันใหญ่หลวงต่อชีวิตของพวกมันเช่นกัน

ย้อนไปในปี ค.ศ.1970 ไบรอัน อาร์โนลด์ (Brian Arnold) นักวิทยาศาสตร์ด้านข้อมูลชีวการแพทย์และทีม ได้ทำการสำรวจช้าง บริเวณอุทยานแห่งชาติโกรองโกซา ประเทศโมซัมบิก โดยในครั้งนั้นพบว่า มีช้างแอฟริกันอยู่ประมาณ 2,500 ตัว ซึ่งในจำนวนนั้นมี 18 % ที่ไม่มีงา (หมายถึงไม่มีงามาตั้งแต่เกิดนะ ไม่ได้ถูกตัดไป) แต่หลังจากนั้น 7 ปี ได้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นในโมซัมบิกที่กินเวลานานถึง 15 ปีเต็ม นั่นทำให้การสำรวจต้องหยุดชะงัก ก่อนจะกลับมาอีกครั้งในปี 2000

ซึ่งสิ่งที่ทำให้ทีมงานต้องตกใจคือ จำนวนของช้างจากเดิมลดลงถึง 90% เหลือเพียง 250 ตัวเท่านั้น แถมในจำนวนนี้มีช้างที่ไม่มีงาเพิ่มขึ้นถึง 50 % โดยอาร์โนลด์เชื่อว่า นี่เป็นผลจากการพยายามเอาตัวรอดของพวกมันเพื่อหลีกหนีการโดนล่าตัดเอางา เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าว กองทัพทั้งสองฝ่ายต่างลักลอบล่าช้างตัดงาเพื่อนำไปขายเป็นทุนในการทำสงคราม ทว่าการสูญเสียงาที่เกิดขึ้นนั้นกลับเปิดเผยรูปแบบที่น่าสนใจอย่างมีนัยสำคัญบางอย่างให้กับทีมงานเช่นกัน

โดยพวกเขาพบว่า มีเพียงช้างตัวเมียเท่านั้นที่วิวัฒนาการให้ไม่มีงาได้ โดยแม่ช้างที่ไม่มีงาจะมีโอกาสสูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ที่จะทำให้ลูกช้างเกิดมาไม่มีงาเหมือนกัน ซึ่งช้างที่เกิดมาไม่มีงานั้นมีแนวโน้มจะเป็นเพศเมียทั้งหมด โดยวิวัฒนาการเหล่านี้เป็นผลจากการกลายพันธุ์ของยีน 2 ชนิดคือ AMELX และ MEP1a

แล้วทำไมช้างไม่มีงาถึงมีแต่เพศเมีย ? ตอบ : นักวิจัยพบว่า ยีนกลายพันธุ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้เฉพาะในโครโมโซม X โดยในช้างเพศเมียซึ่งมีโครโมโซม X จำนวน 2 ตัว หากโครโมโซมตัวใดตัวหนึ่งมียีนกลายพันธุ์ โครโมโซม X อีกตัวจะทำหน้าที่เป็นตัวปรับสมดุลให้ร่างกายของช้างที่เกิดมาไม่มีงานั้นแข็งแรงสมบูรณ์ แต่ในทางกลับกัน หากยีนกลายพันธุ์ดังกล่าวไปปรากฏในช้างตัวผู้ซึ่งมีโครโมโซม X เพียงตัวเดียว (ช้างตัวผู้โครโมโซม XY) จะทำให้พวกมันไม่มีตัวปรับสมดุล (โครโมโซม X) ดังนั้นช้างเพศผู้ที่ได้รับยีนกลายพันธุ์จึงอ่อนแอและตายตั้งแต่ยังไม่เกิด

ทั้งนี้ แม้การวิวัฒนาการดังกล่าวจะทำให้ช้างเพศเมียเอาตัวรอดจากนักล่างาไปได้ แต่ที่จริงแล้วงากลับเปรียบเสมือน “มีด” ประจำตัวที่ช่วยให้พวกมันสามารถหาอาหารโดยการลอกเปลือกไม้ ล้มต้นไม้ ขุดหาแหล่งน้ำและแร่ธาตุ ซึ่งการโตมาโดยปราศจากงาจะเท่ากับไม่มีเครื่องมือหาอาหาร อีกทั้ง การที่พฤติกรรมของพวกมันเปลี่ยนไป ก็ส่งผลกระทบต่อที่สัตว์บางชนิดต้องพึ่งพาการล้มต้นไม้ และการหาแหล่งน้ำของช้างด้วย

สุดท้ายผู้เชี่ยวชาญคาดว่า การจะทำให้ที่ช้างแอฟริกาจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงวิวัฒนาการอีกครั้ง ให้กลับคืนสู่สมดุลธรรมชาติแบบเดิม เจ้าหน้าที่รวมถึงทุกคนต้องพยายามป้องกันไม่ให้เกิดการล่างาช้าง ซึ่งการสำรวจล่าสุดในปี 2018 มีแนวโน้มที่ดีขึ้นก็จริง แต่ก็อาจจะต้องใช้เวลานานนับร้อยปีเลยทีเดียวกว่าจะกลับไปสมบูรณ์เหมือนช่วงก่อนเกิดสงคราม

จำนวนทั้งหมด 2384 รายการ
1
2
3
4
5
...
199