ปัจจุบันชาวจีนราว 100 ล้านครัวเรือนเลือกที่จะเลี้ยงสัตว์ไว้ในครอบครัว โดยในจำนวนนี้มีมากถึง 60 เปอร์เซ็นต์ที่มองว่าสัตว์เลี้ยงเป็นลูก หรือสมาชิกในครอบครัว และพวกเขาก็เต็มใจที่จะควักเงินจำนวนมากไปกับการดูแลเพื่อนซี้ต่างสปีชีส์เหล่านี้ด้วย นี่จึงเป็นที่มาของอาชีพ “นักสืบตามหาสัตว์เลี้ยง” (Pet Detective) ที่สามารถทำเงินได้มหาศาล-แบบต่ำ ๆ ก็เดือนละ 120,000 บาท

ซุน จินหรง

จุดเริ่มต้นของอาชีพสุดแปลกนี้มาจาก “ซุน จินหรง” ชายวัย 38 ปีที่ว่ากันว่าเป็นนักสืบตามหาสัตว์เลี้ยงคนแรกในประเทศจีน โดยตัวเขาค้นพบอาชีพนี้เมื่อปี 2013 ขณะเป็นอาสาสมัครของหน่วยงานอุปถัมภ์สัตว์เลี้ยง ซึ่ง ณ ที่นี้เองที่ซุนค้นพบว่าตัวเขามีความสามารถพิเศษ ในการช่วยเจ้าของมือใหม่ตามหาสัตว์เลี้ยงที่หายไป โดยในทุกครั้งที่ตามเจอ ผู้คนเหล่านี้จะแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้ง แถมยังมอบเงินค่าตอบแทนให้กับเขาด้วย

เมื่อรู้ว่าตัวเองเก่งอะไร ซุนไม่รอช้าที่จะลาออกจากงานประจำและเดินหน้าสู่การเป็นนักสืบสัตว์เลี้ยง โดยเขาลงทุนไปกว่าแสนบาทกับเครื่องมือต่าง ๆ ทั้งกับดักล่อแมว, อุปกรณ์มองภาพกลางคืน, สัญญาณเตือนพร้อมฟังก์ชันการส่งสัญญาณแบบไร้สาย และเครื่องตรวจจับชีวิตที่ทีมกู้ภัยใช้เพื่อระบุผู้รอดชีวิต นอกจากนี้ เขายังใช้เวลานานถึง 2 ปีในการเลียนเสียงนกร้องเพื่อล่อให้แมวออกมา และยังคอยหาความรู้เกี่ยวกับสัตววิทยาอยู่ตลอด ๆ ด้วย

แต่ทว่า ไม่ใช่ทุกความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้เพียงข้ามคืน เพราะในช่วงเริ่มต้นอาชีพ สัตว์เลี้ยงในจีนยังคงมีไม่มากนัก อีกทั้งซุนเชื่อว่าเจ้าของสัตว์เลี้ยงยังไม่รู้สึกเต็มใจที่จะยอมจ่ายเงินเพื่อจ้างคนไปนำสัตว์เลี้ยงของพวกเขากลับมา ยิ่งไปกว่านั้น อาชีพนี้ยังถูกมองว่าไม่น่าเชื่อถือด้วยซ้ำ แต่ในไม่ช้าเมื่อเขาเริ่มไขคดีได้มากขึ้นเรื่อย ๆ บวกกับการใช้สื่ออย่างชาญฉลาดด้วยการขอให้ลูกค้าบันทึกวิดีโอสั้น ๆ ลงในสื่อโซเชียลมีเดีย TikTok และ Weibo เพื่อรีวิวการทำงานของเขา ซึ่งทำให้ชื่อเสียงของเขาแพร่กระจายไปทั่วประเทศจนมีผู้ติดตามใน TikTok มากถึง 150,000 คน

นับตั้งแต่การค้นพบอาชีพนี้โดยบังเอิญ ซุนได้ช่วยตามหาสัตว์เลี้ยงคืนสู่เจ้าของไปแล้วกว่า 1,000 ชีวิต โดยปัจจุบันเขาและทีมงานอีก 10 คนได้ให้บริการลูกค้าในเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศจีนเฉลี่ยเดือนละ 30 ราย ซึ่งการคิดราคาในแต่ละเมืองจะแตกต่างกันไป หากเป็นลูกค้าในเซี่ยงไฮ้จะเริ่มต้นที่ 4,000 บาท แต่หากเป็นลูกค้าในปักกิ่งราคาจะเริ่มต้นที่ 44,000 บาท

ทั้งนี้ อัตราความสำเร็จในการตามสัตว์เลี้ยงนั้นจะขึ้นอยู่กับความยากง่ายของแต่ละกรณี เนื่องจากหากสัตว์เลี้ยงเป็นสุนัขแล้วดันไปหายในพื้นที่ที่ผู้คนยังคงกินเนื้อสุนัขอยู่ โอกาสในการพบก็แทบจะเป็นศูนย์เลยทีเดียว โดยซุนจะย้ำเตือนกับลูกค้าเสมอถึงผลลัพธ์ที่ไม่แน่นอน เพราะโอกาสในการตามเจอเฉลี่ยกันไปตั้งแต่ 40-80 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา ชาวจีนนิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นถึง 44 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ตลาดสัตว์เลี้ยงภายในประเทศมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท (ข้อมูลจาก China Pet Industry White Paper) ทำให้ในแต่ละปีซุนและทีมสามารถทำเงินได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยอมรับว่าตัวเองมักจะมีบาดแผลในใจกับเคสที่ไม่สามารถตามสัตว์เลี้ยงมาคืนเจ้าของได้ ซึ่งนั่นทำให้เขาหวังว่าในอนาคต อาชีพนักสืบตามหาสัตว์เลี้ยงจะหมดไปจากสังคมจีน เพราะมันเท่ากับว่าจะไม่มีสัตว์เลี้ยงตัวใดต้องสูญหายอีกแล้ว

จำนวนทั้งหมด 2384 รายการ
1
2
3
4
5
...
199