TSE คือตลาดหลักทรัพย์ของประเทศญี่ปุ่น เป็นตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากตลอดหุ้นนิวยอร์กและลอนดอน แต่ใครจะไปเชื่อว่าวันหนึ่งตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่ขนาดนี้จะเกิดเหตุขัดข้อง ระบบการซื้อขายล่ม จาก “ฮาร์ดแวร์” ไม่ยอมทำงานเพียงตัวเดียว ทำให้มูลค่าหุ้นหายไปกว่า 6 ล้านล้านดอลลาร์

ก่อนจะเข้าเรื่องมารู้จักกับระบบ “Arrowhead” ซึ่งเป็นระบบการซื้อขายแบบใหม่ที่เปิดตัวเมื่อปี 2010 ซึ่งมันจะช่วยให้ TSE สามารถประมวลคำสั่งซื้อขายได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียง 0.005 วินาที จากเดิมใช้เวลาประมาณ 2-3 วินาที นับว่าเร็วกว่าระบบเดิมถึง 600 เท่า นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังช่วยให้สามารถรองรับคำสั่งซื้อขายได้ถึง 46 ล้านคำสั่ง/วัน จากเดิมที่ 7 ล้านคำสั่ง/วัน เรียกได้ว่าทัดเทียมกับตลาดหุ้นนิวยอร์กและตลาดหุ้นลอนดอนเลยทีเดียว

เข้าเรื่อง – โดยเรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในเช้าวันหนึ่งก่อนที่ตลาดหุ้นจะเปิดไม่ถึงชั่วโมง ระบบ Arrowhead ของ TSE ประมวลผลคำสั่งซื้อที่จะเตรียมเข้ามาหลังตลาดเปิดอยู่ที่ 6 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 199 ล้านล้านบาท แต่แล้วจู่ ๆ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ของ Arrowhead หมายเลข 1 เกิดปัญหาหน่วยความจำขัดข้อง ซึ่งตัวฮาร์ดแวร์นี้จะทำหน้าที่จัดเก็บข้อมูลทั้งเซิร์ฟเวอร์และแจกจ่ายข้อมูล เช่น คำสั่งซื้อและรหัสซื้อขายต่าง ๆ

เมื่อเกิดปัญหาแบบนี้ ตามปกติแล้วระบบจะดำเนินการ “Failover” หรือก็คือการสลับไปใช้เครื่องสำรอง ฮาร์ดแวร์หมายเลข 2 ซึ่งโชคร้ายที่ฮาร์ดแวร์สำรองก็พังเช่นกัน ส่งผลให้เซิร์ฟเวอร์ไม่สามารถส่งต่อข้อมูลได้ ทำให้ต่อมาเมื่อถึงเวลาตลาดเปิด ข้อมูลที่ควรจะไปปรากฏบนหน้ากระดานของลูกค้ากลับหายไป ส่งผลให้จากเดิมที่ควรจะเกิดการซื้อขายเป็นเงินมูลค่ากว่า 6 ล้านล้านดอลลาร์ กลับไม่เกิดขึ้นหรือก็คือกระแสเงินมหาศาลที่ควรจะหลั่งไหลเข้ามานี้หายวับไปทันที

นี่นับเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี นับตั้งแต่เคยเกิดปัญหาคล้าย ๆ กันเมื่อปี 2005 ที่ทำให้ตลาดหุ้นโตเกียวต้องสั่งระงับการซื้อขายหุ้นทุกตัวเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ทั้ง ๆ ที่ตลาดหุ้นโตเกียวมีนโยบายไม่ปิดการซื้อขายแม้จะเกิดภัยพิบัติธรรมชาติก็ตาม แม้จะพยายามแก้ไขแล้วก็ตาม สุดท้ายตลาดหุ้นโตเกียวในวันนั้นต้องถูกระงับไปทั้งวัน เพราะคาดว่าต้องใช้เวลากู้คืนทุกอย่างกลับมาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง และคำสั่งซื้อก่อนหน้านี้ (6 ล้านล้านดอลลาร์) ก็จะหายไป ต้องดำเนินการใหม่ทั้งหมดในวันถัดไป ซึ่งในทางเทคนิคแล้ว ปัญหาแบบนี้ทำให้ขาดความเชื่อมั่นและคำสั่งซื้อขายจะลดหวบแน่นอน

ประธาน TSE กล่าวขอโทษ

ทั้งนี้ ทางออกของ TSE มีอยู่ 2 ทาง คือขอโทษและยอมรับผิด หรือปัดความรับผิดชอบทั้งหมดไปให้กับ Fujitsu Ltd. ผู้จำหน่ายระบบ Arrowhead แต่ทางผู้บริหาร TSE ทั้ง 4 คน รวมทั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โคอิจิโร มิยาฮาระ ก็ออกมาขอโทษและรับผิดชอบกับข้อผิดพลาดทั้งหมดที่เกิดขึ้น

Fact – เมื่อปี 2011 สเตฟาน โธมัส หนุ่มวิศวกรคอมพิวเตอร์ เคยได้รับโบนัสจากการออกแบบตัวการ์ตูนอนิเมชันเป็นเหรียญ “บิทคอยน์” จำนวน 7,002 เหรียญ BTC ซึ่ง ณ ตอนนั้นเขาไม่ได้สนใจมันเลยจนกระทั่งเวลาผ่านไป 8 ปี มูลค่าของบิทคอยน์พุ่งสูงราวเหรียญละ 1 ล้านบาท แต่ทว่า เขาดันจำรหัสผ่านใน Hardware Wallet ไม่ได้ (กระเป๋าเก็บเหรียญคริปโตฯ) และตอนนี้เขาใส่รหัสผิดไป 8 ครั้งแล้ว และเขามีโอกาสอีก 2 ครั้ง หากผิดเงินกว่า 7 พันล้านบาทของเขาจะหายไปตลอดกาล และสุดท้ายเขาจะทำได้ไหม ? สามารถหาคำตอบได้ในหนังสือ Flagfrog Damn! (หรือช่องทางสั่งซื้อที่ใต้คอมเมนต์)

จำนวนทั้งหมด 2424 รายการ
1
2
3
4
5
...
202