ช่างภาพคนหนึ่งชื่อ “โทนี่ ออสติน” ระหว่างที่กำลังเดินสำรวจธรรมชาติใน Swan Lake รัฐวิคตอเรีย จู่ ๆ ก็มีอีกาตัวหนึ่งบินลงมาและสยายปีกแผ่ระนาบไปกับพื้น เมื่อโทนี่หยิบกล้องมาซูมถ่ายใกล้ ๆ ก็พบว่า “มีมดจำนวนมาก” ไต่เต็มตัวไปหมด ซึ่งที่น่าแปลกใจคือ มันดูไม่เดือดร้อนกับมดบนตัวมันเลย จนเกิดคำถามว่า มันทำแบบนี้เพื่ออะไร ? หรือถ้าโดนมดกัดไม่เจ็บเหรอ ?

เพื่อหาคำตอบของคำถาม เขาเลยโพสต์รูปนี้ลง Facebook และก็ได้คำตอบจาก Robert Krulwich ผู้เชี่ยวชาญด้านนก ว่า “เป็นการทำความสะอาดขน” (คล้ายการอาบน้ำ) เนื่องจากมดจะพ่นกรดฟอร์มิกออกมาเมื่อถูกคุกคาม ซึ่งสารตัวนี้จะทำหน้าที่เหมือนยาฆ่าแมลงและสามารถกำจัดปรสิต-เชื้อราบนขนนกได้

นอกจากนี้ เดวิด เบิร์ด ศาสตราจารย์ด้านชีววิทยาสัตว์ป่าจากมหาวิทยาลัยแมคกิลล์ กล่าวว่า อีกหนึ่งทฤษฎีที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ อีกาใช้หมดเพื่อปลอบประโลมผิวที่ระคายเคือง หลังจากการผลัดขน และบ้างก็ว่านกบางตัวอาจมีจุดประสงค์เพื่อกระตุ้นให้มดแตกตื่นก่อนจะจับมดกินเป็นอาหาร

โดยพฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้มีเฉพาะอีกาเท่านั้น แต่นกอีกกว่า 200 สายพันธุ์ทั่วโลกก็ทำแบบนี้เช่นกัน ซึ่งจริง ๆ เรื่องนี้นักวิทยาศาสตร์ทราบกันมาตั้งแต่ปี 1830 แล้วโดยผู้ที่พบพฤติกรรมแบบนี้คนแรกคือ เจมส์ ออดูบอง ที่สังเกตเห็นไก่งวงไปนั่งบนกองปลวก ในตอนนั้นมันกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างหนักหน่วงในหมู่นักวิทยาศาสตร์

แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการพยายามศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ซึ่งทฤษฎีที่ดูจะเข้าท่าที่สุดก็คือมันใช้มดเพื่อ “อาบน้ำ” นั่นแหละ ทั้งนี้ พอล เฮนดริกส์ นักธรรมชาติวิทยา กล่าวว่า “มันต่างจากพฤติกรรมสัตว์ชนิดอื่น ที่มักจะมีพฤติกรรมแปลก ๆ แต่ก็มักแสดงวัตถุประสงค์ออกมาอย่างชัดเจน (เช่น เพื่อป้องกันตัว จีบสาว หรือเพื่อหาอาหาร) แต่กับพฤติกรรมแบบนี้ของอีกาหรือนก เราไม่มีทางรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงได้ว่ามันทำแบบนั้นไปทำไม นอกเสียจากมันจะพูดและบอกเราว่าทำทำไม”

เพิ่มเติม – อีกาเป็นสัตว์ที่ฉลาดมากนะครับ มีงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร Scientific จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดที่ทำการทดลองทดสอบความฉลาดของอีกาพันธุ์ New Caledonian crows โดยมีอาหารอยู่ในกล่องใส ด้านหน้ามีช่องเล็ก ๆ ใช้สำหรับเขี่ยอาหารออกจากกล่อง และด้านข้าง มีช่องแคบตามแนวยาวของกล่องสำหรับให้สอดแท่งไม้เข้าไปเขี่ย ซึ่งช่องทั้งสองไม่ใหญ่พอที่อีกาจะมุดหัวเข้าไปคาบอาหารออกมาได้

จากนั้น นักวิจัยวางแท่งไม้ที่ยาวพอจะใช้เขี่ยอาหารออกมาได้ไว้ด้านข้างกล่อง เมื่ออีกกาเห็นอาหารในกล่อง พวกมันจึงคาบแท่งไม้นั้นมาสอดผ่านช่องหน้ากล่องเพื่อเขี่ยอาหารออกมากินได้สำเร็จ นับว่ามีสัตว์ไม่กี่ชนิดที่จะสามารถใช้อุปกรณ์เพื่อแก้ปัญหาแบบนี้ได้

Fact – รู้หรือไม่ว่า หากผึ้งหายไปจากโลกมันจะทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ตามไปด้วย ใช่ ! มันรุนแรงขั้นนั้นเลยล่ะ และข่าวร้ายคือ ตั้งแต่ปี 1905 จำนวนประชากรผึ้งค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ แถมในปี 2006 พบว่าผึ้งกว่า 1 ใน 3 ของสหรัฐฯมักจะตายทุกช่วงฤดูหนาว และหาเป็นแบบนี้ต่อไปผึ้งอาจสูญพันธุ์ในอีก 30 ปีข้างหน้า ว่าแต่..ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ร่วมหาคำตอบต่อได้ในหนังสือ Flagfrog Damn! (ราคา 279 บาท ช่องทางสั่งซื้ออยู่ที่ใต้คอมเมนต์ครับ)

จำนวนทั้งหมด 2420 รายการ
1
2
3
4
5
...
202