นอกจากปลาปิรันยา, งูอนาคอนดายักษ์ และปลาแคนดิรู (หรือปลามุดหำ-จากหนังสือ Flagfrog Damn) ในแม่น้ำแอมะซอนยังมี “โลมาน้ำจืด” (Amazon River Dolphins) หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า “โลมาโบโต” (Boto) เป็นสายพันธุ์โลมาน้ำจืดหายากที่กำลังจะสูญพันธุ์ไปจากโลก ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักพวกมันกันครับ

(เริ่ม) โลมาน้ำจืดทั่วโลกมีทั้งหมด 5 สายพันธุ์ โดยเจ้าโลมาโบโตคือ 1 ใน 2 สายพันธุ์ที่เสี่ยงสูญพันธุ์มากที่สุด (ชื่อวิทยาศาสตร์ Inia geoffrensis) เป็นโลมาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีสมองใหญ่ที่สุดใน 5 สายพันธุ์ด้วย โดยมีความยาวประมาณ 2.4 เมตร หนัก 200 กิโลกรัม เป็นสัตว์กินเนื้อที่ชอบกินปลาทุกชนิดเป็นอาหาร…ใช่ครับ ! ปิรันยาก็เป็นอาหารของมันเหมือนกัน

ทั้งนี้หลายคนอาจคิดว่าโลมาโบโตเป็นโลมา “สีชมพู” แต่ความจริงแล้วไม่ใช่อย่างนั้น เพราะสีที่แท้จริงของพวกมันคือ “สีเทา” แต่ที่เราเห็นเป็นสีชมพูเกิดจากเนื้อเยื้อแผลเป็นที่เกิดจากการเล่นรุนแรงหรือการต่อสู้ แต่ทั้งนี้เป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น ยังไม่ได้มีการวิจัยที่ให้คำตอบชัดเจน ซึ่งนักวิจัยบางคนก็เดาว่ามันอาจมาจากอาหารที่กินก็เป็นได้

จริง ๆ ตัวสีเทาแบบนี้

ซึ่งโลมาโบโตตัวผู้จะมีสีชมพูมากกว่าตัวเมีย โดยอาจจะมีสีชมพูบางจุด หรืออาจะชมพูทั้งตัวแบบนกฟลามิงโกเลยก็ได้ และยิ่งมันสีชมพูมากเท่าไหร่ตัวเมียยิ่งชอบ แถมเวลาตื่นเต้นตัวก็จะยิ่งชมพู๊ชมพู (คล้ายกับมนุษย์ที่เวลาเขินจะหน้าแดง) นอกจากนี้ บ้างก็ว่าการที่มันเป็นสีชมพูเกิดจากการพลางตัวให้กลมกลืนกับสีแม่น้ำ 

และสำหรับโครงสร้างของมันถูกออกแบบมาให้อยู่ในแม่น้ำแอมะซอนได้อย่างสมบูรณ์แบบ กล่าวคือมันกระดูกสันหลังและกระดูกคอที่ยืดหยุ่นมาก สามารถหันหัวได้ 90 องศา เพื่อว่ายน้ำในแม่น้ำแอมะซอนที่เต็มไปด้วยสิ่งกีดขวาง ว่าแต่ แล้วน้ำขุ่นแบบนั้นพวกมันมองเห็นเหรอ ? ไม่มีปัญหาครับ เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าโลมาสามารถใช้คลื่นโซนาในการระบุตำแหน่งของสิ่งกีดขวาง รวมถึงตำแหน่งของเหยื่อได้ โดยปากของโลมาโบโตจะเรียวยาวกว่าโลมาในทะเลทั่วไป ใช้สำหรับหาเหยื่อที่ซ่อนอยู่ในพื้นโคลนเช่นกุ้ง ปู

ต่อมา มาดูวิธีการจีบสาวของโลมาโบโตกันบ้าง – อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ตัวเมียจะชอบตัวผู้ที่มีสีชมพู แต่หากเท่านั้นยังไม่พอ ตัวผู้ก็มีวิธีจีบหญิงด้วยวิธีการคาบกิ่งไม้ใบไม้มาให้ตัวเมีย (อารมณ์น่าจะเหมือนการให้ของขวัญกัน) หรือบ้างก็แอดวานซ์ถึงขึ้นคาบเต่าที่ยังมีชีวิตมาให้เลยก็มี

ในปัจจุบันทาง IUCN ประกาศให้โลมาโบโตเป็นสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์ ซึ่งแม้จะไม่สามารถระบุจำนวนที่แน่ชัดได้แต่จากการสำรวจพบว่า มันอัตราการถูกพบเจอตามธรรมชาติน้อยกว่าแต่ก่อนมาก โดยนักวิจัยยังไม่ทราบสาเหตุของเรื่องนี้ แต่คาดว่ามาจากการเปลี่ยนแปลงของโลก และมลพิษจากการสารปรอทที่มาจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ทั้งนี้ ศัตรูทางธรรมชาติเพียงอย่างเดียวของโลมาโบโตคือมนุษย์เท่านั้น

จำนวนทั้งหมด 2384 รายการ
1
2
3
4
5
...
199