ในช่วงต้นปี 2020 เกิดเหตุปล้นเงินธนาคารที่ฮ่องกงไปกว่า 35 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 115 ล้านบาท) ซึ่งการปล้นในครั้งนี้ไม่เหมือนในหนังหรือภาพยนตร์ที่ถือปืนบุกเข้าธนาคารแล้วสั่งให้ทุกคนหมอบลง พร้อมส่งเงินมาให้หมด แต่เป็นการใช้เทคโนโลยี AI ปลอมเสียง CEO ของบริษัทธนาคาร และสั่งให้ผู้จัดการธนาคารโอนเงินให้อาชญากรโดยตรง ! (บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาแนะนำการก่ออาชญากรรมนะครับ แต่เป็นการนำเสนอเรื่องราวน่าสนใจเท่านั้น)

(นี่เป็นเพียงรูปประกอบ ไม่ใช่ธนาคารที่กล่าวถึงในบทความ แต่ที่ต้องเซนเซอร์ไว้เพื่อความปลอดภัย ไม่งั้นอาจเกิดการเข้าใจผิดได้ครับผม)

เรื่องมีอยู่ว่าผู้จัดการธนาคารคนดังกล่าวได้รับโทรศัพท์จาก CEO ของบริษัทธนาคาร ซึ่งเขาจำเสียงของ CEO คนนี้ได้เนื่องจากพูดคุยกันเป็นประจำ โดยในการสนทนาครั้งนั้น ทางตัว CEO บอกว่า “บริษัทของเราต้องการเข้าซื้อกิจการบางอย่าง (ไม่ได้ระบุ) ต้องใช้เงินจำนวน 35 ล้านดอลลาร์ ให้ทางผู้จัดการธนาคารทำการอนุมัติโอนเงินมาให้ที”

โดยทางผู้จัดการเองก็เช็คและตรวจสอบว่ามีอีเมลล์แจ้งระบุการขออนุมัติมาจริง มีทั้งชื่อและลายเซ็นพร้อม เขาจึงไม่เอะใจอะไรมากเพราะตัว CEO โทรมาบอกเองเลย นั่นทำให้เขาทำการอนุมัติโอนเงินหลายล้านดอลลาร์ไปยังบัญชีธนาคารปลายทางทันที และกว่าจะรู้ตัว เงินจำนวนดังกล่าวก็ถูกกระจายไปยังธนาคารต่าง ๆ ทั่วโลกเรียบร้อยแล้ว

เทคโนโลยี DeepFake ทสามารถปลอมได้กระทั่งใบหน้าและเสียง

ตอนนี้ทางธนาคารฮ่องกงได้ว่าจ้างบริษัทตรวจสอบการฉ้อโกงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในการชอบติดตามและสอบสวนเงินดังกล่าว เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญพบว่าเงินถูกโอนไปยังบัญชีธนาคารในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก่อนจะกระจายเงินออกไปยังบัญชีธนคารต่าง ๆ ทั่วโลก ทั้งนี้ การรายงานที่ทราบล่าสุดคือคาดว่ามีผู้เกี่ยวข้องกับการปล้นครั้งนี้ทั้งสิ้น 17 คน 

ซึ่งเทคโนโลยีการปลอมเสียงดังกล่าวมีชื่อเรียกว่า “Deep Voice” เป็นเทคโนโลยี AI ที่สามารถก็อปปี้และปลอมแปลงเสียงให้เหมือนกับเสียงคน ๆ หนึ่งได้ด้วยการป้อนข้อมูลเสียงของคน ๆ นั้นให้ AI วิเคราะห์ จากนั้น เมื่อเราพูดะอไรออกไป เสียงที่ออกมาจะกลายเป็นเสียงที่เราปลอมทันที คล้ายกับเทคโนโลยี “Deepfake” ที่สามารถเอาใบหน้าคนหนึ่งมาใส่กับอีกคนหนึ่งได้อย่างแนบเนียน จนบางครั้งแยกไม่ออกเลยก็มี

เจค มัวร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ESET กล่าวว่า “นี่คือสิ่งที่พวกเรากังวลกันมาตลอด เกี่ยวกับเทคโนโลยีปลอบแปลงเสียงและใบหน้า Deep Voice และ Deepfakes ที่นานวันเข้ายิ่งเนียนจนคนธรรมดาแยกไม่ออก และมันก็เกิดขึ้นจริง ๆ”

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีอาชญากรใช้ Deep Voice ในการปล้น เพราะเมื่อปี 2019 ตามรายงานของ Wall Street Jouenal ระบุว่า CEO ของบริษัทพลังงานในอังกฤษ ถูกคนร้ายใช้เทคโนโลยีเดียวกันในการปลอมเสียงของผู้บริหารของบริษัทแม่ที่เยอรมัน ให้โอนเงินของบริษัทเป็นจำนวนกว่า 240,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 7 ล้านบาท) ให้กับตัวแทนซัพพลายเออร์ในฮังการี แต่ด้วยความที่คุ้นชินกับเสียงเจ้านาย เขาเลยไม่เอะใจ เหมือนกับกรณีของผู้จัดการธนาคารข้างต้นเป๊ะ

จำนวนทั้งหมด 2384 รายการ
1
2
3
4
5
...
199